คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ รวมทั้งได้ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายในประเทศ เช่น หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 ที่ประกาศใช้โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหลักเกณฑ์ตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies - CGR) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) รวมถึงหลักเกณฑ์ในระดับสากล เช่น ASEAN Corporate Governance Scorecard (ASEAN CG Scorecard) เป็นต้น โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลเป็นผู้ติดตาม พิจารณา และนำเสนอการปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ประกาศใช้ใหม่จากหน่วยงานกำกับดูแล และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติใช้นโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะกรรมการบริษัทในการประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ได้พิจารณาทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ประจำปี 2563 ตามความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลเป็นฉบับทบทวน ครั้งที่ 5 ให้สอดคล้องตามข้อเสนอแนะจากสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทยเพื่อการปรับปรุงด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี จากผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตามเกณฑ์ประเมิน Corporate Governance Report of Thai Listed Company ประจำปี 2563 (CRG Report 2020) พร้อมทั้งได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวบน Website ของบริษัทฯ ที่ www.bcpggroup.com/storage/download/cg/policy/20210127-bcpg-cg-policy-th.pdf

การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทฯ กำหนดเป็นนโยบาย ที่จะยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเคร่งครัด โดยในปี 2563 บริษัทได้รับมอบรางวัลต่างๆ และนำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่บุคลากรทุกระดับในองค์กรในด้านการกำกับดูแลกิจการ สรุปได้ ดังนี้

  • ได้รับการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies - CGR) ประจำปี 2563 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในระดับดีเลิศ(Excellence) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
  • ได้คะแนนประเมิน 100 คะแนน จากผลประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 (AGM Checklist) โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
  • ดำเนินกระบวนการขอต่ออายุสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption: CAC) ซึ่งครบกำหนดอายุคราวละ 3 ปี และได้รับการรับรองต่ออายุสมาชิกอีกวาระหนึ่ง มีอายุสมาชิก 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ถึงสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566
  • สถาบันไทยพัฒน์พิจารณาคงการจัดอันดับให้บริษัทฯ มีสถานะเป็นกิจการวิถียั่งยืน (ESG 100) โดยเป็น 1 ใน 100 บริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล (Environmental Social and Governance - ESG) ประจำปี 2563 ต่อเนื่องอีกหนึ่งปี
  • บริษัทฯ และบริษัทย่อยในประเทศไทยคงสถานภาพการรับรองมาตรฐานในระดับสากลต่างๆ ได้แก่
    • ISO 9001 : 2015 มาตรฐานสากลด้านระบบบริหารงานคุณภาพ
    • ISO 14001 : 2015 มาตรฐานสากลด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
    • ISO/ IEC 27001 : 2013 มาตรฐานสากลสำหรับข้อมูล หรือการจัดการความปลอดภัยในด้านสารสนเทศ
    • OHSAS 18001:2007 และในปี 2563 บริษัทฯ และบริษัทย่อยได้ Migration เป็นมาตรฐาน ISO 45001:2018 มาตรฐานสากลระบบการจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เรียบร้อยแล้ว

รายละเอียดมาตรการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี อ้างอิงตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี พ.ศ. 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ครอบคลุมหลักการทั้ง 8 หมวด สรุปแนวทางปฎิบัติและผลการดำเนินงานในช่วงปี 2563 ได้ดังนี้

หลักปฏิบัติที่ 1 ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน (Establish Clear Leadership Role and Responsibilities of the Board)

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ แยกออกจากหน้าที่และความรับผิดชอบของฝ่ายจัดการอย่างชัดเจนนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับ ระเบียบ ข้อบังคับ และแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีของกลุ่มบริษัท รวมถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจัดทำในรูปแบบของ นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของกลุ่มบริษัท ประมวลจรรยาบรรณทางธุรกิจ และจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานบริษัท รวมถึงได้จัดทำเป็นกฎบัตรคณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะ ซึ่งแนวปฏิบัติดังกล่าวระบุถึงองค์ประกอบและคุณสมบัติทั่วไป ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของกรรมการบริษัทที่จำเป็นต่อองค์กร คุณสมบัติของกรรมการอิสระ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง หลักเกณฑ์การดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัท กรอบอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบ การบริหารการประชุมและการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมของคณะกรรมการบริษัท/คณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ

หลักปฏิบัติที่ 2 กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน (Define Objectives that Promote Sustainable Value Creation)

จากแนวทางและคำแนะนำที่ได้จากคณะกรรมการบริษัท ฝ่ายจัดการได้จัดทำและนำเสนอทิศทางการดำเนินธุรกิจ แผนยุทธศาสตร์องค์กร แผนงาน กรอบงบประมาณ และอัตรากำลังคนประจำปี เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้มีการอภิปรายอย่างเปิดกว้าง และให้เกิดความเห็นชอบร่วมกันก่อนที่จะพิจารณาอนุมัติเป็นแผนดำเนินงานประจำปีของกลุ่มบริษัทฯ พร้อมทั้งได้ประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปีข้างหน้า และเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประชุมแผนยุทธศาสตร์องค์กร โดยมุ่งเน้นแผนงาน 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านงาน เป็นการวางแผนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่โครงการโรงไฟฟ้า แผนการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า และแผนการลงทุนในธุรกิจใหม่ (2) ด้านเงิน เป็นการวางแผนทางการเงินเพื่อให้สอดคล้องกับแผนลงทุนที่กำหนดไว้ ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้ระดมทุนจากผู้ถือหุ้นเดิมและนักลงทุนในวงจำกัดเพื่อเสริมกระแสเงินสดให้พอเพียงต่อแผนงานในอนาคต และ (3) ด้านบุคลากรเป็นการพัฒนาและส่งเสริมให้บุคลากรมีความพร้อมต่อสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการส่งเสริมการเพิ่มพูนความรู้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานขององค์กรทำให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน โดยผ่านระบบ Online การอบรมหลักสูตรภายในของกลุ่มบางจากฯ และหลักสูตรภายนอก รวมถึงการพัฒนาระบบต่างๆ ภายในองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

หลักปฏิบัติที่ 3 เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล (Strengthen Board Effectiveness)

การถ่วงดุลของกรรมการอิสระ/กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้มีจำนวน และสัดส่วนของกรรมการอิสระที่เหมาะสมกับขนาดของกิจการบริษัทฯ โดยถึง ณ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 บริษัทฯ มีกรรมการรวมจำนวน 12 คน ประกอบด้วย การถ่วงดุลของกรรมการอิสระ/กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

  • กรรมการอิสระ จำนวน 8 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 66.7 ของกรรมการทั้งหมด ได้แก่

    1) พลเอก คณิต สาพิทักษ์ 2) พลเอก อุทิศ สุนทร 3) พลเอก ศักดา เนียมคำ 4) นางวิไล ฉัททันต์รัศมี 5) นายนรินทร์ กัลยาณมิตร1 6) นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ2 7) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ 8) นายถาวร งามกนกวรรณ โดยที่กรรมการอิสระ ลำดับที่ 2, 4 และ 5 ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการตรวจสอบ

  • กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 3 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 25.0 ของกรรมการทั้งหมด ได้แก่

    1) นายพิชัย ชุณหวชิร (ประธานกรรมการบริษัทฯ)
    2) นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช (รองประธานกรรมการบริษัทฯ)
    3) นายธรรมยศ ศรีช่วย

  • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 1 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 8.3 ของกรรมการทั้งหมด ได้แก่ นายบัณฑิต สะเพียรชัย (กรรมการผู้จัดการใหญ่)

หมายเหตุ
1. คณะกรรมการบริษัท ในการประชุม ครั้งที่ 11/2563 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 มีมติที่ประชุมแต่งตั้ง นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจสอบแทนนางพรรณขนิตตา บุญครอง ซึ่งพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริษัทตามวาระ
2. ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 มีมติที่ประชุมแต่งตั้ง นาย กฤษฎา จีนะวิจารณะ ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทแทนนางพรรณขนิตตา บุญครอง ที่พ้นจากตำแหน่งกรรมการบริษัทตามวาระ

ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติและประวัติของกรรมการ องค์ประกอบของคณะกรรมการ กระบวนการสรรหากรรมการ และกรรมการอิสระ และรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย ได้แสดงไว้ภายใต้หัวข้อโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการของรายงานประจำปี 2563 ฉบับนี้

หลักปฏิบัติที่ 4 สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและการบริหารบุคลากร (Ensure Effective CEO and People Management)

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการสรรหาตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารระดับสูง (ตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ขึ้นไป) โดยคุณสมบัติพื้นฐานที่เหมาะสม บุคคลภายในหรือบุคคลภายนอกสามารถเข้ารับการคัดเลือกในตำแหน่งต่างๆ นี้ได้ ซึ่งวัตถุประสงค์ของการกำหนดเช่นนี้ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของบริษัทฯ ในช่วงเวลาหนึ่งๆ และเพื่อจัดเตรียมบุคลากรภายในองค์กรให้ปฏิบัติหน้าที่แทนในกรณีที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้บริหารระดับสูง ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ครบวาระการดำรงตำแหน่งหรือตำแหน่งว่างลงด้วยเหตุอื่นใด ตลอดจนลดความเสี่ยงหรือผลกระทบจากการขาดความต่อเนื่องในการบริหารจัดการ บริษัทฯ จึงได้มีการจัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่ง ทั้งนี้บุคคลที่เหมาะสมจะผ่านการพิจารณาคัดเลือกโดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหาคัดเลือกของบริษัทฯ ที่ได้มีการกำหนดไว้ และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายจัดการทำหน้าที่ดูแลการอบรมและพัฒนาความรู้ความสามารถของผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งยังได้วางแนวทางการพัฒนาเพิ่มเติม โดยให้มีการหมุนเวียนหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้มีความเข้าใจ มีประสบการณ์ และความพร้อมในการบริหารองค์กรโดยรวม ทั้งนี้ พนักงานตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการอาวุโสขึ้นไปสามารถสมัครเข้ารับการคัดเลือกในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้ หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

หลักปฏิบัติที่ 5 ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (Nurture Innovation and Responsible Business)

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งขันทางการค้า พนักงาน เจ้าหนี้ หน่วยงานภาครัฐ รวมถึง ชุมชนและสังคมโดยรวม ให้พึงได้รับสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมจากการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดเป็นนโยบาย และแนวทางปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มเพื่อเป็นบรรทัดฐานอ้างอิงในการปฏิบัติงาน เช่น มุ่งเน้นเรื่องการเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม การกำกับดูแลป้องกันการล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ การปฏิบัติต่อคู่ค้าหรือคู่แข่งขันทางการค้าอย่างยุติธรรม การสร้างจิตสำนึกและคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ กับผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงิน และความยั่งยืนของกิจการ พร้อมทั้งจัดให้มีช่องทางการสื่อสารข้อมูลที่มีประสิทธิภาพกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม รวมถึงการจัดให้มีมาตรการรับแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนจากทั้งพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียอื่น เกี่ยวกับการกระทําผิดกฎหมาย จรรยาบรรณหรือพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริตหรือคอร์รัปชันของบุคคลในองค์กร (ถ้ามี) นอกจากนี้กลุ่มบริษัทฯ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังนโยบายและแนวปฏิบัติที่ดีในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และบริษัทฯ ยังได้รับการรับรอง การเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทยอีกรอบหนึ่งในปี 2563 (อายุการรับรองฐานะสมาชิก 2564-2566) อีกทั้งบริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจในลักษณะเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) โดยประสานความร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรเพื่อร่วมกันดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ต่างๆ (โครงการ Solar Cooperation) หรือการติดตั้งแผงโซลาร์ให้แก่ชุมชนห่างไกล

สำหรับด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ปลูกฝัง และเน้นย้ำเป็นวัฒนธรรมองค์กรแก่พนักงานทุกระดับให้ตระหนักรู้เสมอว่าการดำเนินการต่างๆ จะต้องพิจารณาป้องกันมิให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม หรือให้มีผลกระทบน้อยที่สุด โดยต้องมีกระบวนการเพื่อติดตามกำกับดูแลให้เกิดความมั่นใจ และเป็นที่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้บริษัทฯ มุ่งเน้นการปฏิบัติงานเพื่อให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพในระดับสากล รวมถึงการพัฒนา/ปรับปรุงระบบงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มบริษัทฯ ได้ยื่นขอรับรองมาตรฐานระบบคุณภาพ ISO 9001 และมาตรฐานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ของโรงผลิตไฟฟ้าทุกแห่งในประเทศไทยตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินการ และถึง ณ ปัจจุบัน โรงผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยของกลุ่มบริษัทฯ ได้รับการตรวจประเมินรับรองตามมาตรฐาน ISO9001 และ ISO 14001 version ใหม่ ปี 2015 แล้ว

ในปี 2563 บริษัทฯ ได้ปรับปรุงรูปแบบการดำเนินกิจกรรมเพื่อปลูกฝัง และกระตุ้นให้พนักงานในกลุ่มบริษัทฯ มีความใส่ใจและห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดกิจกรรม Zero Waste Diary โดยจัดทำระบบผ่านทาง Application Line เพื่อให้พนักงานทุกคนในกลุ่มบริษัทฯ ถ่ายทอดกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมให้เกิดการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่าน Application ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยจะให้เป็นคะแนนสะสมในการดำเนินกิจกรรมช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแต่ละครั้ง และมีระดับคะแนนที่แตกต่างกันในแต่ละกิจกรรมขึ้นอยู่กับผลของการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวมีส่วนช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้มากน้อยต่างกัน และจะประมวลผลเพื่อมอบรางวัลเป็นรายไตรมาส และจะประมวลผลรวม ณ สิ้นปีเพื่อประกาศเกียรติคุณแก่พนักงานดีเด่นที่ร่วมดำเนินกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการส่งเสริมการสร้างนิสัยต่อความใส่ใจและห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมของพนักงาน

หลักปฏิบัติที่ 6 ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยง และ การควบคุมภายในที่เหมาะสม (Strengthen Effective Risk Management and Internal Control)

นโยบายด้านการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัท จัดให้บริษัทฯ มีระบบบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทุกด้าน ครอบคลุมปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ กลยุทธทางธุรกิจ การปฏิบัติการ การเงิน และการปฏิบัติการด้านอื่นๆ รวมถึงความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยพิจารณาถึงโอกาสที่อาจจะเกิดความเสี่ยงขึ้น และระดับความรุนแรงของผลกระทบจากความเสี่ยง มีการกำหนดมาตรการในการป้องกันแก้ไขและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน รวมทั้งกำหนดมาตรการในการรายงานและการติดตามประเมินผล โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร ทำหน้าที่กำกับดูแลด้านการบริหารความเสี่ยงร่วมกับฝ่ายจัดการอย่างใกล้ชิด และรายงานผลการปฏิบัติงานยังคณะกรรมการบริษัทเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง โดยมีการทบทวนระบบหรือประเมินประสิทธิผลของการจัดการความเสี่ยงในระดับฝ่ายงานเป็นรายไตรมาส และในระดับองค์กรอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือในทุกๆ ระยะเวลาที่พบว่าระดับความเสี่ยงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

นโยบายด้านการควบคุมภายใน

คณะกรรมการบริษัท จัดให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมทุกด้านทั้งด้านการเงิน การปฏิบัติงาน การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดให้มีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอในการปกป้องรักษาและดูแลเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นและสินทรัพย์ของบริษัทฯ ตลอดจนการกำหนดลำดับขั้น รวมถึงจัดทำตารางอำนาจอนุมัติ (Table of Authority) เพื่อเป็นการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงานอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาถึงการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างกัน พร้อมทั้งได้จัดทำระเบียบการปฏิบัติงานต่างๆ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นมาตรฐานอ้างอิงในการดำเนินงาน รวมทั้งการจัดให้มีระบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และยังสามารถตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการได้ โดยมีสำนักตรวจสอบภายในซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่รายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของบริษัทฯ ที่กำหนด

นโยบายการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

บริษัทฯ ได้ประกาศใช้นโยบายการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม และดำเนินการให้ผู้บริหารของบริษัทฯ ที่ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการผู้แทนของบริษัทฯ ในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ลงนามรับทราบหน้าที่และความรับผิดชอบที่ระบุไว้ในนโยบายดังกล่าวแล้ว โดยกรรมการผู้แทนซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วมแทนคณะกรรมการบริษัท ต้องสรุปรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทที่ตนไปดำรงตำแหน่งยังที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมของบริษัทฯ รวมถึงบริษัทที่บริษัทฯ ถือหุ้น (รวมเรียกว่า "บริษัทร่วมทุน") สรุปได้ดังนี้

  1. การส่งผู้แทนของบริษัทฯ เข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทร่วมทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นในแต่ละบริษัท ("กรรมการผู้แทนของบริษัทฯ") เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลให้บริษัทร่วมทุนดำเนินการสอดคล้องตามกฎหมาย นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี นโยบายการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทร่วมทุน รวมถึงนโยบายอื่นของบริษัทฯ
  2. กรรมการผู้แทนของบริษัทฯ ในบริษัทร่วมทุนแต่ละบริษัทจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของบริษัทฯ ก่อนออกเสียงลงมติในการประชุมคณะกรรมการของบริษัทร่วมทุนแต่ละบริษัท (เว้นแต่บริษัทร่วมทุนที่ไม่เป็นบริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมของบริษัทฯ กรรมการผู้แทนของบริษัทฯ ออกเสียงลงมติในเรื่องต่างๆ ได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทฯ ก่อน)
  3. บริษัทร่วมทุนที่เป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ดำเนินการใดที่เข้าข่าย หรือเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน หรือรายการที่เกี่ยวโยงกัน และส่งผลให้บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ หรือดำเนินการอื่นใดตามข้อกำหนด หรือประกาศของตลาดหลักทรัพย์ฯ และ/หรือ สำนักงาน ก.ล.ต. บริษัทย่อยจะเข้าทำรายการหรือดำเนินการนั้นได้ เมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ และ/หรือ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และ/หรือ หน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง (แล้วแต่กรณี) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  4. บริษัทร่วมทุนที่เป็นบริษัทย่อยจัดให้มีระบบควบคุมภายใน ระบบบริหารความเสี่ยง และระบบป้องกันการทุจริต รวมทั้งกำหนดให้มีมาตรการในการติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่เหมาะสม
  5. บริษัทร่วมทุนที่เป็นบริษัทย่อยมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงิน รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่ต้องเปิดเผยแก่หน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นักลงทุนภายนอก รวมถึงสาธารณชนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และน่าเชื่อถือ

การดำรงตำแหน่งในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

บริษัท / กรรมการ นายบัณฑิต สะเพียรชัย นายนิวัติ อดิเรก นางสาวสัตยา มหัตถนาพาณิช นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์ นายภาวัน สยามชัย นายชาญวิทย์ ตรังอดิศัยกุล นายก้องเกียรติ กาญจนพันธุ์ นายพงษ์ศักดิ์ ชะนะมา
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ✓ , ✓✓ , ✓✓✓ ✓✓✓ ✓✓✓ ✓✓✓ ✓✓✓ ✓✓✓ ✓✓✓ ✓✓✓
บริษัทย่อย / บริษัทร่วม
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี จำกัด
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (บุรีรัมย์) จำกัด
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (บุรีรัมย์ 1) จำกัด
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (ชัยภูมิ 1) จำกัด
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (นครราชสีมา) จำกัด
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (ปราจีนบุรี) จำกัด
บริษัท ไทยดิจิทัลเอนเนอร์ยี่เดเวลอปเม้นท์ จำกัด
บริษัท บีซีพีจีอินโดไชน่า จำกัด
บริษัท ลมลิกอร์ จำกัด
บริษัท บีเอสอี เพาเวอร์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัท อาร์พีวี พลังงาน จำกัด
บริษัท เจเคอาร์ พลังงาน จำกัด
บริษัท อะควาติส เอ็นเนอร์จี จำกัด
บริษัท ลพบุรี โซล่า จำกัด
บริษัท ปราจีน โซล่า จำกัด
บริษัท จุฬาดิสทริคท์คูลลิ่ง จำกัด (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ประทุมวันสมาร์ทดิสทริคท์คูลลิ่ง จำกัด)
BSE Energy Holdings Pte. Ltd.
BCPG Japan Corporation
BCPG Engineering Company
BCPG Investment Holdings Pte. Ltd.
Greenergy Holdings
Pte. Ltd.
Greenergy Power Pte. Ltd.
Star Energy Geothermal (Salak - Darajat) B.V.
Star Energy Group Holdings Pte. Ltd.
Star Phoenix Geothermal JV B.V.
Star Energy Geothermal Holdings (Salak - Darajat) B.V.
Star Energy Geothermal Pte. Ltd.
Huang Ming Japan Company Limited
BCPG Wind Cooperatief U.A.
PetroWind Energy Inc.
Impact Energy Asia Development Limited
Nam San 3A Power Sole Co., Ltd.
Nam San 3B Power Sole Co., Ltd.

หมายเหตุ :
✗ = ประธานกรรมการ
V = รองประธานกรรมการ
✓ = กรรมการ
✓✓ = กรรมการบริหาร
✓✓✓ = ผู้บริหาร

หลักปฏิบัติที่ 7 รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล (Ensure Disclosure and Financial Integrity)

บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลที่สําคัญทั้งข้อมูลทางการเงิน และมิใช่ทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใสผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมและน่าเชื่อถือ โดยกําหนดแนวปฏิบัติไว้ ดังนี้

  • มุ่งมั่นในการให้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมกันแก่ผู้ถือหุ้น สถาบันการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ นักลงทุน รวมไปถึงผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลและสาธารณชนทั่วไป โดยให้ความสําคัญกับการสื่อสารอย่างโปร่งใส ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลาและสม่ำเสมอ นโยบายการเปิดเผยข้อมูลนี้ครอบคลุมถึงทุกช่องทางการสื่อสาร เช่น รายงานประจําปี และรายงานผลการดําเนินงานรายไตรมาสต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนทั่วไป ข่าว เอกสารแถลงข่าว จดหมายถึงผู้ถือหุ้น เว็บไซต์ของบริษัทฯ และสื่ออื่นๆ
  • ไม่เปิดเผยข้อมูลที่มีนัยสําคัญที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนให้แก่พนักงานที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้แก่กลุ่มบุคคลหรือบุคคลอื่นใด (รวมถึงนักลงทุน สื่อมวลชนและนักวิเคราะห์) จนกว่าข้อมูลนั้นจะได้เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว
  • หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการดําเนินงานที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น หรือเป็นประโยชน์ต่อผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ ในช่วงเวลาก่อนที่จะมีการจัดส่งงบการเงินให้แก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • บริษัทฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ มีหน้าที่หลักในการติดต่อประสานงานกับผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์ นักลงทุน และบุคคลอื่นๆ ที่ต้องการข้อมูลทางการเงิน ผลการดําเนินงาน ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ และธุรกรรมใดๆ ที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ

โดยตลอดปี 2563 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมกิจกรรมของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการเผยแพร่ข้อมูลต่อนักลงทุนในกิจกรรม Opportunity Day และได้จัดกิจกรรมเพื่อชี้แจงผลการดำเนินงานประจำ ไตรมาสกับนักวิเคราะห์ และนักวิเคราะห์ของสถาบันต่างๆ (Analyst ‘s Meeting Day)การทำ Press Releaseรวมถึงการต้อนรับนักลงทุน (กิจกรรม One on One Meeting) ที่ขอนัดหมายเข้าเยี่ยมชมกิจการและรับทราบข้อมูลจากบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง สรุปได้ดังนี้

กิจกรรม จำนวน (ครั้ง)
การประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) 4
งาน Opportunity Day (Virtual) 4
การพบกับกลุ่มนักลงทุนเพื่อให้ข้อมูล (Company Visit) และการประชุมทางโทรศัพท์ (Conference Call) 23
การเดินทางไปพบผู้ถือหุ้นและนักลงทุน (Roadshow/Conference) ทั้งในและต่างประเทศ 1

การกำกับดูแลกรรมการ ผู้บริหาร และบุคคลผู้ซึ่งล่วงรู้ข้อมูลภายใน มิให้กระทำการอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (Market Misconduct)

บริษัทฯ กําหนดนโยบาย และข้อกำหนดห้ามมิให้บุคคลซึ่งล่วงรู้และครอบครองข้อมูลภายในของบริษัทฯ นําข้อมูลดังกล่าว ซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่น โดยได้กําหนดแนวปฏิบัติไว้ ดังนี้

  1. บริษัทฯ ได้ระบุไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี ถึงพฤติการณ์ต้องห้ามที่ถือว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ได้แก่
    • การเปิดเผยข้อมูลที่อาจทำให้ผู้ลงทุนและตลาดทุนเสียหาย เช่น การบอกกล่าว เผยแพร่ หรือเปิดเผยข้อความเท็จ หรือที่ทำให้สำคัญผิด รวมถึงการวิเคราะห์/คาดการณ์ที่ใช้ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนข้อมูล
    • การเอาเปรียบผู้ลงทุนอื่นโดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ล่วงรู้มาเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์บริษัทฯ
    • การสร้างราคาหลักทรัพย์ โดยการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ทำให้บุคคลทั่วไป เข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขาย หรือการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ทำให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
    • การส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปในระบบซื้อขายหลักทรัพย์ของ ตลท. จนเป็นเหตุให้ระบบล่าช้า/หยุดชะงัก หรือการใช้/ยอมให้ใช้บัญชี Nominee ในการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์
  2. การแจ้งให้กรรมการ และผู้บริหารรับทราบหน้าที่ในการรายงานการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามมาตรา 59 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปี พ.ศ. 2535 ของตนเอง ของคู่สมรส หรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา (1) และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (2) และนิติบุคคลซึ่งตนเอง บุคคลตาม (1) และบุคคลตาม (2) ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลดังกล่าว และการถือหุ้นรวมกันดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในนิติบุคคลนั้น ที่ถือในบริษัทฯ และบริษัทย่อย ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง (ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน) และต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบโดยมิชักช้า
  3. การกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ (Blackout Period) เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนล่วงหน้าก่อนการเปิดเผยข้อมูลภายในเกี่ยวกับงบการเงิน ฐานะการเงินหรือผลการดําเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงข้อมูลภายในอื่นที่เป็นสาระสําคัญ ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ต่อสาธารณชน และอย่างน้อย 3 วัน ภายหลังการเปิดเผยข้อมูลให้แก่สาธารณชนแล้ว รวมทั้งห้ามไม่ให้เปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสําคัญนั้นต่อบุคคลอื่น
  4. กรรมการ หรือผู้บริหารระดับสูงที่มีความประสงค์ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ต้องแจ้งความประสงค์ให้สำนักตรวจสอบภายในทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อรายงานในที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบทุกไตรมาส
  5. กำหนดบทลงโทษทางวินัยหากมีการฝ่าฝืนนําข้อมูลภายในไปใช้หาประโยชน์ส่วนตนเท่าที่กฎหมายอนุญาตให้ทําได้ โดยเริ่มตั้งแต่การตักเตือนเป็นหนังสือ ตัดค่าจ้าง พักงานชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือให้ออกจากงาน ซึ่งการลงโทษจะพิจารณาจากเจตนาของการกระทําและความร้ายแรงของความผิดนั้นๆ
หลักปฏิบัติที่ 8 สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น (Ensure Engagement and Communication with Shareholders)

บริษัทฯ ตระหนัก และให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยกำหนดให้การดำเนินการต่างๆ พึงต้องรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นในฐานะเจ้าของกิจการ ผ่านกระบวนการใช้สิทธิโดยการเข้าร่วมประชุมสามัญ / วิสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อออกเสียงลงคะแนนอนุมัติในระเบียบวาระการประชุมต่างๆ ที่สำคัญ ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้ส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิ และจะไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิด หรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยบริษัทฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติไว้ ดังนี้

  • สิทธิซื้อขายและโอนหุ้น และสิทธิในส่วนแบ่งกำไร
  • สิทธิได้รับสารสนเทศที่เพียงพอ ทันเวลา ในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการตัดสินใจที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ และตนเอง
  • สิทธิเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อตัดสินใจอนุมัติในเรื่องที่สำคัญต่างๆ เช่น การแต่งตั้งกรรมการเพื่อทําหน้าที่แทนตน การแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี และมีสิทธิตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญของบริษัทฯ ตามที่กฎหมาย หรือนโยบายฯ กำหนด โดยบริษัทฯ ได้อำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้น รวมถึงนักลงทุนสถาบันเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
  • สิทธิประการอื่นๆ ที่ผู้ถือหุ้นพึงได้รับตามกฎหมาย
  1. การเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอระเบียบวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทฯ และสามารถตั้งคําถาม ขอคําอธิบาย และแสดงความเห็นของตนได้อย่างเหมาะสมเป็นการล่วงหน้า โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจําปี 2563 บริษัทฯ ได้แจ้งเป็นข่าวการให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในเรื่องดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์บริษัทฯ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 อย่างไรก็ดี เมื่อครบกำหนดสิ้นสุดการเสนอเรื่องกลับมายังบริษัทฯ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นระยะเวลาล่วงหน้ากว่า 4 เดือน ไม่ปรากฏมีการเสนอเรื่องกลับมายังบริษัทฯ เพื่อพิจารณาบรรจุเป็นระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 แต่อย่างใด
  2. ผู้ถือหุ้นจะได้รับหนังสือเชิญประชุมและสารสนเทศเกี่ยวกับวัน เวลา และสถานที่จัดประชุม ที่บริษัทฯ ได้จัดไว้อย่างเหมาะสม ตลอดจนวาระการประชุม และข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องพิจารณา ซึ่งในวาระการจ่ายเงินปันผลนั้น บริษัทฯ ได้เปิดเผยจำนวนเงินที่จ่ายจริงเปรียบเทียบกับนโยบาย โดยบริษัทตระหนักถึงการนำส่งข้อมูลเป็นการล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสพิจารณาศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนการประชุม โดยการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 ซึ่งมีกำหนดการจัดประชุมเดิมในวันที่ 9 เมษายน 2563 บริษัทฯ เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2563 พร้อมทั้งจัดส่งหนังสือเชิญประชุมทางไปรษณีย์ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุมเกินกว่า 21 วัน ล่วงหน้าก่อนการประชุม อย่างไรก็ดี สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรน่า 2019 หรือ COVID-19 บริษัทฯ จำเป็นต้องเลื่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 ออกไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย และได้กำหนดจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 ใหม่ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ซึ่งบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการนำส่งสารสนเทศเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้พิจารณาเป็นการล่วงหน้า โดยได้เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2563 ซึ่งล่วงหน้ากว่า 30 วัน ก่อนวันประชุม พร้อมทั้งจัดส่งหนังสือเชิญประชุมทางไปรษณีย์ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุมเกินกว่า 21 วัน รวมถึงได้โฆษณาคําบอกกล่าวนัดประชุมในหนังสือพิมพ์ 3 วัน ติดต่อกันและไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันประชุม
  3. ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ ในระเบียบวาระเรื่องการเลือกตั้งกรรมการ ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล โดยให้ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
  4. ประธานกรรมการ กรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง มีความรับผิดชอบในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้น หรือการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (ถ้ามี) เพื่อชี้แจง และตอบคำถามแก่ผู้ถือหุ้น
  5. หลังการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จะเผยแพร่สารสนเทศเกี่ยวกับผลการพิจารณาและมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ของ ตลท. และ เว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่อาจไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมผู้ถือหุ้นสามารถรับทราบข้อมูลโดยทั่วกันในทันทีภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมหรือภายในเช้าวันทำการถัดไป

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้กํากับดูแลให้ผู้ถือหุ้นทุกรายพึงได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม โดยบริษัทฯ ได้กําหนดแนวปฏิบัติไว้ ดังนี้

  1. ผู้ถือหุ้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนตามจํานวนหุ้นที่ตนมี
  2. ผู้ถือหุ้นจะได้รับสารสนเทศที่จําเป็นอย่างเท่าเทียม เพียงพอ ยุติธรรม และทันเวลา ทั้งนี้บริษัทฯ ได้จัดทำข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้น หรือนักลงทุนที่เป็นชาวต่างประเทศได้อย่างกว้างขวาง
  3. ผู้ถือหุ้นจะได้รับการปฏิบัติจากบริษัทฯ อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ภายใต้สิทธิตามที่บทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ปี พ.ศ. 2560 ที่ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
  4. กรณีการเข้าทำรายการที่มีนัยสำคัญ เช่น การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ หรือในกรณีการเข้าทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน บริษัทฯ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงเหตุผล และความจำเป็นก่อนการเข้าทำรายการ โดยกระบวนการอนุมัติก่อนเข้าทำรายการ บริษัทฯ ได้ยึดถือและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งได้สรุปสาระสำคัญของรายการ รวมถึงความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบจากการพิจารณาสอบทานการเข้าทำรายการดังกล่าว เพื่อเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี และแบบแสดงข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ให้ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ รับทราบอย่างครบถ้วน
  5. การติดต่อสื่อสารกับกรรมการอิสระในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับสิทธิของตน รวมถึงการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนในเรื่องต่างๆ ดังนี้
    • การกระทำผิดกฎหมาย ทุจริต ระเบียบบริษัทฯ หรือการทำผิดจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน
    • ความผิดปกติของรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง
    • เรื่องที่มีผลกระทบต่อประโยชน์หรือชื่อเสียงของบริษัทฯ

โดยผ่านช่องทางที่หลากหลายตามที่บริษัทฯ กำหนด และได้เผยแพร่หลักเกณฑ์วิธีการไว้ใน Website ของบริษัทฯ สรุปได้ดังนี้

ผู้แจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนสามารถแจ้งเรื่องผ่านเว็บไซต์ของบริษัทที่www.bcpggroup.com ภายใต้หัวข้อ : การกำกับดูแลกิจการที่ดี / ช่องทางการร้องเรียน ตาม Web Link ดังนี้ www.bcpggroup.com/th/corporate-governance/whistleblowing-channel

QR Code เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ช่องทางการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนบน Website บริษัท

หรือช่องทางอื่นๆ ดังนี้

  • จดหมายปิดผนึก ส่งถึง ประธานกรรมการตรวจสอบ
    ตามที่อยู่ของสำนักงานใหญ บริษัท บีซีพีจีจำ กัด (มหาชน) เลขที่ 2098 อาคารเอ็มทาวเวอร์ ชั้น 12 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260 หรือ e-mail : auditcommittee@bcpggroup.com
  • จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ส่งถึง
    • คณะกรรมการตรวจสอบและหัวหน้าสำนักตรวจสอบภายใน
      e-mail: ico@bcpggroup.com (ประสงค์จะแจ้งเบาะแสที่เกี่ยวกับพนักงาน)
    • ประธานกรรมการบริษัท ประธานกรรมการบรรษัทภิบาล และเลขานุการบริษัท
      e-mail: cg@bcpggroup.com (ประสงค์จะแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ดังนี้ 1) กรรมการผู้จัดการใหญ่ 2) กรรมการบริษัท และ/หรือ 3) คณะกรรมการชุดย่อย)

โทรศัพท์ : หัวหน้าสำนักตรวจสอบภายใน ที่หมายเลข : 02-335-8906

โทรศัพท์ : เลขานุการบริษัท ที่หมายเลข : 02-335-8941