คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ รวมทั้งได้ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายในประเทศ เช่น หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 ที่ประกาศใช้โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหลักเกณฑ์ตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies - CGR) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) รวมถึงหลักเกณฑ์ในระดับสากล เช่น ASEAN Corporate Governance Scorecard (ASEAN CG Scorecard) เป็นต้น โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลเป็นผู้ติดตาม พิจารณา และนำเสนอการปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ประกาศใช้ใหม่ จากหน่วยงานกำกับดูแล และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติใช้นโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะกรรมการบริษัทในการประชุมครั้งที่ 12/2561 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 ได้พิจารณาทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ตามความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการบรรษัทภิบาล เป็นฉบับทบทวนครั้งที่ 3 ให้สอดคล้องตามข้อเสนอแนะจากสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทยเพื่อการปรับปรุงด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี จากผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตามเกณฑ์ประเมิน Corporate Governance Report of Thai Listed Companyประจำปี 2561 (CRG Report 2018) พร้อมทั้งได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวบน Website ของบริษัทฯ ที่ http://www.bcpggroup.com/storage/download/cg/policy/bcpg-cg-policy-th.pdf

การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทฯ กำหนดเป็นนโยบาย ที่จะยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเคร่งครัด โดยในปี 2562 บริษัทได้รับมอบรางวัลต่าง ๆ และนำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่บุคลากรทุกระดับในองค์กรในด้านการกำกับดูแลกิจการ สรุปได้ ดังนี้

  • ได้รับการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies - CGR) ประจำปี 2562 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในระดับดีเลิศ (Excellence) ต่อเนื่องอีกหนึ่งปี
  • ได้คะแนนประเมิน 100 คะแนน จากผลประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 (AGM Checklist) โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
  • ดำรงสถานะการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption: CAC)
  • สถาบันไทยพัฒน์พิจารณาคงการจัดอันดับให้บริษัทฯ มีสถานะเป็นกิจการวิถียั่งยืน (ESG 100) โดยเป็น 1 ใน 100 บริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance – ESG) ประจำปี 2562 ต่อเนื่องอีกหนึ่งปี
  • นิตยสาร International Business Magazine พิจารณามอบรางวัลต่าง ๆ แก่บริษัทฯ สรุปได้ดังนี้
    • Best Renewable Energy Company – South East Asia 2019
    • Most Innovative Renewable Energy Company – South East Asia 2019
    • Best Managed Company – Energy Sector
    • Most Innovative Renewable Energy Company
  • ได้รับรางวัล “Innovative Power Technology of the Year – Thailand” จาก Asian Power
  • ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด 6 โครงการของบริษัทในกลุ่มบริษัทบางจาก โซล่าร์เอ็นเนอร์ยีที่มีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้โครงการก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) จัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
  • บริษัทฯ และบริษัทย่อยในประเทศไทยคงสถานภาพการรับรองมาตรฐานในระดับสากลต่าง ๆ ได้แก่
    • ISO 9001 : 2015 มาตรฐานสากลด้านระบบบริหารงานคุณภาพ
    • ISO 14001 : 2015 มาตรฐานสากลด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
    • ISO/ IEC 27001 : 2013 มาตรฐานสากลสำหรับข้อมูล หรือการจัดการความปลอดภัยในด้านสารสนเทศ

รายละเอียดมาตรการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี อ้างอิงตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี พ.ศ. 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ครอบคลุมหลักการทั้ง 8 หมวด สรุปได้ ดังนี้

หลักปฏิบัติที่ 1  ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน (Establish Clear Leadership Role and Responsibilities of the Board)

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ แยกออกจากหน้าที่ และความรับผิดชอบของฝ่ายจัดการอย่างชัดเจนนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับ ระเบียบ ข้อบังคับ และแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจัดทำในรูปแบบของนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของกลุ่มบริษัทฯ ประมวลจรรยาบรรณทางธุรกิจ และจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานบริษัท รวมถึงได้จัดทำเป็นกฎบัตรคณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะ ซึ่งแนวปฏิบัติดังกล่าวระบุถึงองค์ประกอบและคุณสมบัติทั่วไป ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของกรรมการบริษัทที่จำเป็นต่อองค์กร คุณสมบัติของกรรมการอิสระ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง หลักเกณฑ์การดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัท กรอบอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบ การบริหาร การประชุมและการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมของคณะกรรมการบริษัท/ คณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลกันระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับฝ่ายจัดการ บริษัทฯ จึงกำหนดบทบาท หน้าที่ระหว่างคณะกรรมการ และ ฝ่ายจัดการแยกจากกันแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ (1) เรื่องที่คณะกรรมการบริษัทควรเป็นผู้ดำเนินการ (2) เรื่องที่คณะกรรมการบริษัทควรดำเนินการร่วมกับฝ่ายจัดการ และ (3) เรื่องที่คณะกรรมการบริษัทไม่ควรดำเนินการ โดยคณะกรรมการบริษัทจะมอบอำนาจให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นผู้มีอำนาจ และหน้าที่หลักเกี่ยวกับการดำเนินกิจการ และบริหารงานประจำวันของบริษัทฯ ตามที่คณะกรรมการบริษัทจะมอบหมาย และจะต้องบริหารบริษัทฯ ให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงาน และงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทอย่างเคร่งครัด ซื่อสัตย์ สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นอย่างดีที่สุด

หลักปฏิบัติที่ 2 กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน (Define Objectives that Promote Sustainable Value Creation)

จากแนวทางและคำแนะนำที่ได้จากคณะกรรมการบริษัท ฝ่ายจัดการได้จัดทำ และนำเสนอทิศทางการดำเนินธุรกิจ แผนยุทธศาสตร์องค์กร แผนงาน กรอบงบประมาณ และอัตรากำลังคนประจำปีเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้มีการอภิปรายอย่างเปิดกว้าง และให้เกิดความเห็นชอบร่วมกันก่อนที่จะพิจารณาอนุมัติเป็นแผนดำเนินงานประจำปีของกลุ่มบริษัทฯ พร้อมทั้งได้ประเมินความเสี่ยง และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนา และต่อยอดจากปัจจัยพื้นฐานต่าง ๆ ขององค์กรให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ ในระยะยาว

หลักปฏิบัติที่ 3 เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล (Strengthen Board Effectiveness) การถ่วงดุลของกรรมการอิสระ/ กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้มีจำนวน และสัดส่วนของกรรมการอิสระที่เหมาะสมกับขนาดของกิจการบริษัทฯ โดยถึง ณ สิ้นสุด

วันที่ 31 ธันวาคม 2562 บริษัทฯ มีกรรมการรวมจำนวน 12 คน ประกอบด้วย

  • กรรมการอิสระ จำนวน 8 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 66.7 ของกรรมการทั้งหมด ได้แก่
  • พลเอก คณิต สาพิทักษ์ 2.) พลเอก อุทิศ สุนทร 3.) พลเอก ศักดา เนียมคำ 4.) นางวิไล ฉัททันต์รัศมี 5.) ดร.พรรณขนิตตา บุญครอง 6.) นายนรินทร์ กัลยาณมิตร 7.) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ 8.) นายถาวร งามกนกวรรณ โดยกรรมการอิสระ ลำดับที่ 2 4 และ 5 ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการตรวจสอบ
  • กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 3 คน ได้แก่
  • นายพิชัย ชุณหวชิร (ประธานกรรมการบริษัท) 2.) นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช (รองประธานกรรมการบริษัท) 3.) นายธรรมยศ ศรีช่วย (กรรมการการลงทุน)
  • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 1 คน ได้แก่ นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่

ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติและประวัติของกรรมการ องค์ประกอบของคณะกรรมการ กระบวนการสรรหากรรมการ และกรรมการอิสระ และรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย ได้แสดงไว้ภายใต้หัวข้อโครงสร้างการจัดการ ของรายงานประจำปี 2562 ฉบับนี้

หลักปฏิบัติที่ 4 สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูง และการบริหารบุคลากร (Ensure Effective CEO and People Management)

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการสรรหาตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ว่าหากมีคุณสมบัติที่เหมาะสม บุคคลภายนอกหรือบุคคลภายในสามารถเข้ารับการคัดเลือกในตำแหน่งต่าง ๆ นี้ได้ ซึ่งวัตถุประสงค์ของการกำหนดเช่นนี้ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของบริษัทฯ ในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ และเพื่อจัดเตรียมบุคลากรภายในองค์กรให้ปฏิบัติหน้าที่แทนในกรณีที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ครบวาระการดำรงตำแหน่ง หรือตำแหน่งว่างลงด้วยเหตุอื่นใด ตลอดจนลดความเสี่ยงหรือผลกระทบจากการขาดความต่อเนื่องในการบริหารจัดการ บริษัทฯ จึงได้มีการจัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่ง ทั้งนี้บุคคลที่เหมาะสมจะถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน หรือโดยฝ่ายจัดการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหาคัดเลือกของบริษัทฯ ที่ได้มีการกำหนดไว้

นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายจัดการทำหน้าที่ดูแลการอบรมและพัฒนาความรู้ความสามารถของผู้บริหารระดับสูง นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังได้วางแนวทางการพัฒนาเพิ่มเติม โดยให้มีการหมุนเวียนหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูงเพื่อให้มีความเข้าใจ มีประสบการณ์ และความพร้อมในการบริหารองค์กรโดยรวม ทั้งนี้ พนักงานตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการอาวุโสขึ้นไปสามารถสมัครเข้ารับการคัดเลือกในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้ หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

หลักปฏิบัติที่ 5 ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (Nurture Innovation and Responsible Business)

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งขันทางการค้า พนักงาน เจ้าหนี้ หน่วยงานภาครัฐ รวมถึง ชุมชนและสังคมโดยรวม ให้พึงได้รับสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมจากการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดเป็นนโยบาย และแนวทางปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มเพื่อเป็นบรรทัดฐานอ้างอิงในการปฏิบัติงาน เช่น มุ่งเน้นเรื่องการเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม การกำกับดูแลป้องกันการล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ การปฏิบัติต่อคู่ค้า หรือคู่แข่งขันทางการค้าอย่างยุติธรรม การสร้างจิตสำนึกและคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ กับผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงิน และความยั่งยืนของกิจการ พร้อมทั้งจัดให้มีช่องทางการสื่อสารข้อมูลที่มีประสิทธิภาพกับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม รวมถึงการจัดให้มีมาตรการรับแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนจากทั้งพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียอื่นเกี่ยวกับการกระทําผิดกฎหมาย จรรยาบรรณหรือพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริตหรือคอร์รัปชันของบุคคลในองค์กร (ถ้ามี) นอกจากนี้กลุ่มบริษัทฯ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังนโยบายและแนวปฏิบัติที่ดีในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี อีกทั้งบริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจในลักษณะเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) โดยประสานความร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรเพื่อร่วมกันดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ต่าง ๆ (โครงการ Solar Cooperation) ด้วย

สำหรับด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ปลูกฝัง และเน้นย้ำเป็นวัฒนธรรมองค์กรแก่พนักงานทุกระดับให้ตระหนักรู้เสมอว่าการดำเนินการต่าง ๆ จะต้องพิจารณาป้องกันมิให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม หรือให้มีผลกระทบน้อยที่สุด โดยต้องมีกระบวนการเพื่อติดตามกำกับดูแลให้เกิดความมั่นใจและเป็นที่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้บริษัทฯ มุ่งเน้นการปฏิบัติงานเพื่อให้ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพในระดับสากล รวมถึงการพัฒนา/ปรับปรุงระบบงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มบริษัทฯ ได้ยื่นขอรับรองมาตรฐานระบบคณภาพ ISO9001 และมาตรฐานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO14001 ของโรงผลิตไฟฟ้าทุกแห่งในประเทศไทยตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินการ และถึง ณ ปัจจุบัน โรงผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยของกลุ่มบริษัทฯได้รับการตรวจประเมินรับรองตามมาตรฐาน ISO9001 และ ISO14001 version ใหม่ ปี 2015 แล้ว

อีกทั้งในปี 2562 บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการ Life for BCPG โดยการพัฒนา Application เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการกระตุ้นให้พนักงานในกลุ่มบริษัทฯ มีความใส่ใจ และห่วงใยสิ่งแวดล้อม เพื่อถ่ายทอดกิจกรรมในชีวิตประจำวันของพนักงานทุกคน ที่ส่งเสริมให้เกิดการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่าน Application ดังกล่าว

หลักปฏิบัติที่ 6 ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยง และ การควบคุมภายในที่เหมาะสม (Strengthen Effective Risk Management and Internal Control)

นโยบายด้านการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัท จัดให้บริษัทฯ มีระบบบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทุกด้าน ครอบคลุมปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์เป้าหมาย กลยุทธ์ทางธุรกิจ การเงิน การผลิต และการปฏิบัติการด้านอื่น ๆ โดยพิจารณาถึงโอกาสที่อาจจะเกิดความเสี่ยงขึ้น และระดับความรุนแรงของผลกระทบจากความเสี่ยง มีการกำหนดมาตรการในการป้องกันแก้ไขและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน รวมทั้งกำหนดมาตรการในการรายงานและการติดตามประเมินผล โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร ทำหน้าที่กำกับดูแลด้านการบริหารความเสี่ยงร่วมกับฝ่ายจัดการอย่างใกล้ชิด และรายงานผลการปฏิบัติงานยังคณะกรรมการบริษัทเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง โดยมีการทบทวนระบบ หรือประเมินประสิทธิผลของการจัดการความเสี่ยงในระดับฝ่ายงานเป็นรายไตรมาส และในระดับองค์กรอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือในทุก ๆ ระยะเวลาที่พบว่าระดับความเสี่ยงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญนโยบายด้านการควบคุมภายในคณะกรรมการบริษัท จัดให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมทุกด้านทั้งด้านการเงิน การปฏิบัติงาน การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดให้มีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอในการปกป้องรักษาและดูแลเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นและสินทรัพย์ของบริษัทฯ ตลอดจนการกำหนดลำดับขั้น รวมถึงจัดทำตารางอำนาจอนุมัติ (Table of Authority) เพื่อเป็นการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงานอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาถึงการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างกัน พร้อมทั้งได้จัดทำระเบียบการปฏิบัติงานต่าง ๆ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นมาตรฐานอ้างอิงในการดำเนินงาน

โดยมีสำนักตรวจสอบภายในเป็นหน่วยงานอิสระ ที่รายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานทั้งหน่วยงานธุรกิจและหน่วยงานสนับสนุนให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของบริษัทฯ ที่กำหนดนโยบายการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมบริษัทฯ ได้ประกาศใช้นโยบายการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม และดำเนินการให้ผู้บริหารของบริษัทฯ ที่ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการผู้แทนของบริษัทฯ ในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ลงนามรับทราบหน้าที่และความรับผิดชอบที่ระบุไว้ในนโยบายดังกล่าวแล้ว โดยกรรมการผู้แทนซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วมแทนคณะกรรมการบริษัท ต้องสรุปรายงานผลการดำเนินการของบริษัทที่ตนไปดำรงตำแหน่งยังที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมของบริษัทฯ รวมถึงบริษัทที่บริษัทฯ ถือหุ้น (รวมเรียกว่า “บริษัทร่วมทุน”)

สรุปได้ ดังนี้

  1. การส่งผู้แทนของบริษัทฯ เข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทร่วมทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นในแต่ละบริษัท (“กรรมการผู้แทนของบริษัทฯ”) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลให้บริษัทร่วมทุนดำเนินการสอดคล้องตามกฎหมาย นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีนโยบายการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทร่วมทุน รวมถึงนโยบายอื่นของบริษัทฯ
  2. กรรมการผู้แทนของบริษัทฯ ในบริษัทร่วมทุนแต่ละบริษัทจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของบริษัทฯ ก่อนออกเสียงลงมติในการประชุมคณะกรรมการของบริษัทร่วมทุนแต่ละบริษัท (เว้นแต่บริษัทร่วมทุนที่ไม่เป็นบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมของบริษัทฯ กรรมการผู้แทนของบริษัทฯ ออกเสียงลงมติในเรื่องต่าง ๆ ได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทฯ ก่อน)
  3. บริษัทร่วมทุนที่เป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ดำเนินการใดที่เข้าข่ายหรือเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินหรือรายการที่เกี่ยวโยงกัน และส่งผลให้บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ หรือดำเนินการอื่นใดตามข้อกำหนดหรือประกาศของตลาดหลักทรัพย์ฯ และ/ หรือสำนักงาน ก.ล.ต. บริษัทย่อยจะเข้าทำรายการหรือดำเนินการนั้นได้เมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และ/ หรือหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง (แล้วแต่กรณี) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  4. บริษัทร่วมทุนที่เป็นบริษัทย่อยจัดให้มีระบบควบคุมภายใน ระบบบริหารความเสี่ยง และระบบป้องกันการทุจริต รวมทั้งกำหนดให้มีมาตรการในการติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่เหมาะสม
  5. บริษัทร่วมทุนที่เป็นบริษัทย่อยมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงิน รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องเปิดเผยแก่หน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นักลงทุนภายนอก รวมถึงสาธารณชน ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และน่าเชื่อถือ
หลักปฏิบัติที่ 7 รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงิน และการเปิดเผยข้อมูล (Ensure Disclosure and Financial Integrity)

บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลที่สําคัญทั้งข้อมูลทางการเงิน และมิใช่ทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใสผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมและน่าเชื่อถือ โดยกําหนดแนวปฏิบัติไว้ดังนี้

  • มุ่งมั่นในการให้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมกันแก่ผู้ถือหุ้น สถาบันการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ นักลงทุน รวมไปถึงผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลและสาธารณชนทั่วไป โดยให้ความสําคัญกับการสื่อสารอย่างโปร่งใส ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลาและสม่ำเสมอ นโยบายการเปิดเผยข้อมูลนี้ครอบคลุมถึงทุกช่องทางการสื่อสาร เช่น รายงานประจําปี และรายงานผลการดําเนินงานรายไตรมาสต่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนทั่วไป ข่าว เอกสารแถลงข่าว จดหมายถึงผู้ถือหุ้น เว็บไซต์ของบริษัทฯ และสื่ออื่น ๆ
  • ไม่เปิดเผยข้อมูลที่มีนัยสําคัญที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนให้แก่พนักงานที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้แก่กลุ่มบุคคลหรือบุคคลอื่นใด (รวมถึงนักลงทุน สื่อมวลชนและนักวิเคราะห์) จนกว่าข้อมูลนั้นจะได้เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว
  • หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการดําเนินงานที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น หรือเป็นประโยชน์ต่อผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ ในช่วงเวลาก่อนที่จะมีการจัดส่งงบการเงินให้แก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • บริษัทฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ มีหน้าที่หลักในการติดต่อประสานงานกับผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์ นักลงทุน และบุคคลอื่น ๆ ที่ต้องการข้อมูลทางการเงิน ผลการดําเนินงาน ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ และธุรกรรมใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ

โดยตลอดปี 2562 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมกิจกรรมของตลาดหลักทรัพย์ในการเผยแพร่ข้อมูลต่อนักลงทุนในกิจกรรม Opportunity Day และได้จัดกิจกรรมเพื่อชี้แจงผลการดำเนินงานประจำไตรมาสกับนักวิเคราะห์ และนักวิเคราะห์ของสถาบันต่าง ๆ (Analyst ‘s Meeting Day) การทำ Press Release รวมถึงการต้อนรับนักลงทุนสถาบัน (กิจกรรม One on One Meeting) ที่ขอนัดหมายเข้าเยี่ยมชมกิจการและรับทราบข้อมูลจากบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง

กิจกรรม จำนวน (ครั้ง)
การประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) 4
งาน Opportunity Day และ SET Digital Roadshow (จัดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ) 4
การพบกับกลุ่มนักลงทุนเพื่อให้ข้อมูล (Company Visit) และการประชุมทางโทรศัพท์ (Conference call) 16
การเดินทางไปพบผู้ถือหุ้นและนักลงทุน (Roadshow/Conference) ทั้งในและต่างประเทศ 3
พาผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเยี่ยมชมกิจการ (Site Visit) 1

การกำกับดูแลกรรมการ ผู้บริหาร และบุคคลผู้ซึ่งล่วงรู้ข้อมูลภายใน มิให้กระทำการอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (Market Misconduct)

บริษัทฯ กําหนดนโยบาย และข้อกำหนดห้ามมิให้บุคคลซึ่งล่วงรู้และครอบครองข้อมูลภายในของบริษัทฯ นําข้อมูลดังกล่าว ซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่น โดยได้กําหนดแนวปฏิบัติไว้ ดังนี้

  • บริษัทฯ ได้ระบุไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี ถึงพฤติการณ์ต้องห้ามที่ถือว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ได้แก่
  1. การเปิดเผยข้อมูลที่อาจทำให้ผู้ลงทุนและตลาดทุนเสียหาย เช่น การบอกกล่าว เผยแพร่ หรือเปิดเผยข้อความเท็จ หรือที่ทำให้สำคัญผิด รวมถึงการวิเคราะห์/ คาดการณ์ที่ใช้ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนข้อมูล
  2. การเอาเปรียบผู้ลงทุนอื่นโดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ล่วงรู้มาเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์บริษัท
  3. การสร้างราคาหลักทรัพย์ โดยการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ทำให้บุคคลทั่วไป เข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหรือการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ทำให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
  4. การส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปในระบบซื้อขายหลักทรัพย์ของ ตลท. จนเป็นเหตุให้ระบบล่าช้า/ หยุดชะงัก หรือการใช้/ ยอมให้ใช้บัญชี Nominee ในการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์
  • การแจ้งให้กรรมการและผู้บริหารรับทราบหน้าที่ในการรายงานการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามมาตรา 59 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปี พ.ศ. 2535 ของตนเอง ของคู่สมรส หรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา (1) และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (2) และนิติบุคคลซึ่งตนเอง บุคคลตาม (1) และบุคคลตาม (2) ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลดังกล่าว และการถือหุ้นรวมกันดังกล่าวเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในนิติบุคคลนั้น ที่ถือในบริษัทฯ และบริษัทย่อย ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง (ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน) และต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบโดยมิชักช้า
  • การกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ (Blackout Period) เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนล่วงหน้าก่อนการเปิดเผยข้อมูลภายในเกี่ยวกับงบการเงิน ฐานะการเงินหรือผลการดําเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงข้อมูลภายในอื่นที่เป็นสาระสําคัญซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ต่อสาธารณชน และควรรอคอยอย่างน้อย 3 วัน ภายหลังการเปิดเผยข้อมูลให้แก่สาธารณชนแล้ว รวมทั้งห้ามไม่ให้เปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสําคัญนั้นต่อบุคคลอื่น
  • กรรมการ หรือผู้บริหารระดับสูงที่มีความประสงค์ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ต้องแจ้งความประสงค์ให้สำนักตรวจสอบภายในทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อรายงานในที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบทุกไตรมาส
  • กำหนดบทลงโทษทางวินัยหากมีการฝ่าฝืนนําข้อมูลภายในไปใช้หาประโยชน์ส่วนตนเท่าที่กฎหมายอนุญาตให้ทําได้ โดยเริ่มตั้งแต่การตักเตือนเป็นหนังสือ ตัดค่าจ้าง พักงานชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือให้ออกจากงาน ซึ่งการลงโทษจะพิจารณาจากเจตนาของการกระทําและความร้ายแรงของความผิดนั้น ๆ
หลักปฏิบัติที่ 8 สนับสนุนการมีส่วนร่วม และการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น (Ensure Engagement and Communication with Shareholders

บริษัทฯ ตระหนัก และให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยกำหนดให้การดำเนินการต่าง ๆ พึงต้องรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นในฐานะเจ้าของกิจการ ผ่านกระบวนการใช้สิทธิโดยการเข้าร่วมประชุมสามัญ/ วิสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อออกเสียงลงคะแนนอนุมัติในระเบียบวาระการประชุมต่าง ๆ ที่สำคัญ ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้ส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิ และจะไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิด หรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยบริษัทฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติไว้ ดังนี้

  • - สิทธิซื้อขายและโอนหุ้น และสิทธิในส่วนแบ่งกำไร
  • - สิทธิได้รับสารสนเทศที่เพียงพอ ทันเวลา ในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการตัดสินใจที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ และตนเอง
  • - สิทธิเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อตัดสินใจอนุมัติในเรื่องที่สำคัญต่างๆ เช่น การแต่งตั้งกรรมการเพื่อทําหน้าที่แทนตน การแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี และมีสิทธิตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญของบริษัทฯ ตามที่กฎหมาย หรือนโยบายฯ กำหนด โดยบริษัทฯ ได้อำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้น รวมถึงนักลงทุนสถาบันเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
  • สิทธิประการอื่น ๆ ที่ผู้ถือหุ้นพึงได้รับตามกฎหมาย
  1. การเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอระเบียบวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท และสามารถตั้งคําถาม ขอคําอธิบาย และแสดงความเห็นของตนได้อย่างเหมาะสมเป็นการล่วงหน้า โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจําปี 2562 บริษัทฯ ได้แจ้งเป็นข่าวการให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในเรื่องดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์บริษัทฯ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2561 อย่างไรก็ดี เมื่อครบกำหนดสิ้นสุดการเสนอเรื่องกลับมายังบริษัทฯ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นระยะเวลาล่วงหน้ากว่า 4 เดือน ไม่ปรากฏมีการเสนอเรื่องกลับมายังบริษัทฯเพื่อพิจารณาบรรจุเป็นระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 แต่อย่างใด
  2. ผู้ถือหุ้นจะได้รับหนังสือเชิญประชุมและสารสนเทศเกี่ยวกับวัน เวลา และสถานที่จัดประชุม ที่บริษัทฯ ได้จัดไว้อย่างเหมาะสมตลอดจนวาระการประชุม และข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องพิจารณา ซึ่งในวาระการจ่ายเงินปันผลนั้น บริษัทฯ ได้เปิดเผยจำนวนเงินที่จ่ายจริงเปรียบเทียบกับนโยบาย โดยบริษัทตระหนักถึงการนำส่งข้อมูลเป็นการล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสพิจารณาศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนการประชุม โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 นั้น บริษัทฯ ได้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้ถึงผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 21 วัน และโฆษณาคําบอกกล่าวนัดประชุมในหนังสือพิมพ์ 3 วัน ติดต่อกันและไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันประชุม รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไว้ในเว็บไซต์บริษัทฯ ล่วงหน้าก่อนวันประชุมจำนวน 31 วัน
  3. ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ ในระเบียบวาระเรื่องการเลือกตั้งกรรมการ ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล โดยให้ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
  4. ประธานกรรมการ กรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง มีความรับผิดชอบในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้น หรือการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (ถ้ามี) เพื่อชี้แจง และตอบคำถามแก่ผู้ถือหุ้น
  5. หลังการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จะเผยแพร่สารสนเทศเกี่ยวกับผลการพิจารณาและมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์และเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่อาจไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมผู้ถือหุ้นสามารถรับทราบข้อมูลโดยทั่วกันในทันทีภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมหรือภายในเช้าวันทำการถัดไป

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้กํากับดูแลให้ผู้ถือหุ้นทุกรายพึงได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม โดยบริษัทฯ ได้กําหนดแนวปฏิบัติไว้ดังนี้

  1. ผู้ถือหุ้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนตามจํานวนหุ้นที่ตนมี
  2. ผู้ถือหุ้นจะได้รับสารสนเทศที่จําเป็นอย่างเท่าเทียม เพียงพอ ยุติธรรม และทันเวลา ทั้งนี้บริษัทฯ ได้จัดทำข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้น หรือนักลงทุนที่เป็นชาวต่างประเทศได้อย่างกว้างขวาง
  3. ผู้ถือหุ้นจะได้รับการปฏิบัติจากบริษัทฯ อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ภายใต้สิทธิตามที่บทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีปี พ.ศ. 2560 ที่ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
  4. กรณีการเข้าทำรายการที่มีนัยสำคัญ เช่น การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ หรือในกรณีการเข้าทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน บริษัทฯ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงเหตุผล และความจำเป็นก่อนการเข้าทำรายการ โดยกระบวนการอนุมัติก่อนเข้าทำรายการ บริษัทฯ ได้ยึดถือและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งได้สรุปสาระสำคัญของรายการ รวมถึงความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบจากการพิจารณาสอบทานการเข้าทำรายการดังกล่าว เพื่อเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี และแบบแสดงข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ให้ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ รับทราบอย่างครบถ้วน
  5. การติดต่อสื่อสารกับกรรมการอิสระในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสิทธิของตน รวมถึงการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
  • การกระทำผิดกฎหมาย ทุจริต ระเบียบบริษัทฯ หรือการทำผิดจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน
  • ความผิดปกติของรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง
  • เรื่องที่มีผลกระทบต่อประโยชน์หรือชื่อเสียงของบริษัทฯ

โดยผ่านช่องทางที่หลากหลายตามที่บริษัทฯ กำหนด และได้เผยแพร่หลักเกณฑ์วิธีการไว้ใน Website ของบริษัทฯ สรุปได้ดังนี้ ผู้แจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนสามารถแจ้งเรื่องผ่านเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.bcpggroup.com ภายใต้หัวข้อ : การกำกับดูแลกิจการที่ดี / ช่องทางการร้องเรียน ตาม Web Link ดังนี้ www.bcpggroup.com/th/corporate-governance/whistleblowing-channel

หรือช่องทางอื่น ๆ ดังนี้

  • จดหมายปิดผนึก ส่งถึง ประธานกรรมการตรวจสอบ ตามที่อยู่ของสำนักงานใหญ่บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เลขที่ 2098 อาคาร เอ็มทาวเวอร์ ชั้น 12 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260 หรือ e-mail : auditcommittee@bcpggroup.com
  • จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ส่งถึง
    • คณะกรรมการตรวจสอบ และหัวหน้าสำนักตรวจสอบภายใน
      e-mail: ico@bcpggroup.com
      (ประสงค์จะแจ้งเบาะแสที่เกี่ยวกับพนักงาน)
    • ประธานกรรมการบริษัท ประธานกรรมการบรรษัทภิบาล และเลขานุการบริษัท
      e-mail: cg@bcpggroup.com
      (ประสงค์จะแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ดังนี้
      1.) กรรมการผู้จัดการใหญ่ 2.) กรรมการบริษัท และ/ หรือ 3.) คณะกรรมการชุดย่อย)
  • โทรศัพท์ : หัวหน้าสำนักตรวจสอบภายใน ที่หมายเลข : 02 - 335 - 8906
  • โทรศัพท์ : เลขานุการบริษัท ที่หมายเลข : 02 - 335 - 8941