BCPG กําหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้น IPO เบื้องต้นที่หุ้นละ 9.8 – 10.0 บาท

BCPG กําหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้น IPO เบื้องต้นที่หุ้นละ 9.8 – 10.0 บาท เตรียมเปิดจองในเดือนกันยายนนี้

บมจ.บีซีพีจี ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน กําหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้น IPO เบื้องต้นที่หุ้นละ 9.8 – 10.0 บาท โดยคาดว่าจะเปิดให้ผู้ถือหุ้นของ BCP เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้นและนักลงทุนทั่วไปจองซื้อหุ้นในวันที่ 14 – 16 และ 19 – 20 กันยายน 2559 และเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในเดือนกันยายนนี้ พร้อมลงนามแต่งตั้ง บล.กสิกรไทย บล.ทิสโก้ และบล.ฟินันซ่า เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ด้านผู้บริหาร บีซีพีจี ประกาศแผนรุกธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวมเป็น 1,000 MW ภายในปี 2563

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ได้จัดพิธีลงนามในสัญญาแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ โดยแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคทีซีมิโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ BCPG ในครั้งนี้

นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของ BCPG เบื้องต้นที่ราคาหุ้นละ 9.8 – 10.0 บาท ซึ่งคาดว่า จะเปิดให้ผู้ถือหุ้นของ BCP เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้นและนักลงทุนทั่วไปจองซื้อหุ้นในวันที่ 14 – 16 และ 19 – 20 กันยายน 2559 และเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยได้ภายในเดือนกันยายนนี้

นายกิตติพงษ์ เลิศวนางกูร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า BCPG จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) จำนวน 590 ล้านหุ้น หรือร้อยละ 29.6 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ ทั้งนี้ ภายหลังการเสนอขาย หุ้นสามัญต่อประชาชน ทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในครั้งนี้ BCPG จะมีทุนชำระแล้วทั้งสิน 9,950 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 5 บาท

ทั้งนี้ การจัดสรรหุ้น IPO ของ BCPG ได้จัดสรรให้แก่ (1) ผู้ถือหุ้นของ บมจ.บางจากปิโตรเลียม หรือ BCP เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับจัดสรรหุ้นจำนวนไม่เกิน 68.85 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 11.69 ของจำนวนหุ้น IPO และ (2) ส่วนที่เหลือจะจัดสรรให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยหากมีหุ้นเหลือจากการจัดสรรและเสนอขายในส่วนที่ (1) BCPG จะนำหุ้นที่เหลือดังกล่าวทั้งหมดไปรวมจัดสรรเพื่อเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปตามส่วนที่ (2)

นายพิธาดา วัชรศิริธรรม กรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า BCPG เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน รวมถึงลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ ทั้งจากการลงทุนเอง และการลงทุนผ่านการถือหุ้นในบริษัทย่อย ทั้งนี้ BCPG มีแผนนำเงินที่ระดมทุนได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ ไปใช้ขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ BCPG มีเป้าหมายการลงทุนในการรุกธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกที่ชัดเจน ตลอดจนศักยภาพความพร้อมด้านบุคลากร ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งในไทยและญี่ปุ่นที่สามารถผลักดันผลการดำเนินงานเติบโตได้ต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายการจ่ายปันผลที่กำหนดจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ จะทำให้นักลงทุนมั่นใจในศักยภาพการดำเนินงานของ BCPG และให้ความสนใจจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า BCPG เป็นบริษัทในเครือของกลุ่ม บมจ.บางจากปิโตรเลียม ที่เกิดจากการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในอนาคตของกลุ่ม บมจ.บางจากปิโตรเลียม โดยในปี 2558 ที่ผ่านมา BCPG ได้เข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จาก บมจ.บางจากปิโตรเลียม กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 118 เมกะวัตต์ ซึ่งดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วทั้งหมด หลังจากนั้นจึงเริ่มขยายธุรกิจโครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ BCPG มีเป้าหมายที่จะขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวมเป็น 1,000 MW ภายในปี 2563 ผ่านนโยบายการลงทุนในรูปแบบที่เปิดกว้างเพื่อสร้างสรรค์พลังงานหมุนเวียนรูปแบบใหม่ ๆ ให้แก่โลก ทั้งการลงทุนผ่านบริษัทย่อยทั้งหมด หรือร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน หรือเข้าซื้อกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรืออยู่ระหว่างการพัฒนา

กรรมการผู้จัดการใหญ่ BCPG กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา รวมทั้งสิ้น 130 MW แบ่งเป็น โครงการที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 118 MW และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 12 MW และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมประมาณ 194 MW แบ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมประมาณ 20 MW และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมประมาณ 174 MW

“เรามีเป้าหมายธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในระดับสากล โดยร่วมกับองค์กรหรือพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเพื่อร่วมกันพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบต่าง ๆ และลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรูปแบบต่าง ๆ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ โรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ โรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อผลักดันการเติบโตที่ยั่งยืน” นายบัณฑิต กล่าว