บีซีพีจี เผยกิจการโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่นเป็นไปตามแผน ชูลดเวลาก่อสร้าง ลดค่าใช้จ่าย ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย

บีซีพีจี เผยกิจการ BCPG Japan Corporation ที่ประเทศญี่ปุ่นดำเนินไปได้ด้วยดีหลังจากครบรอบ 1 ปีการเข้าซื้อกิจการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของกลุ่ม SunEdison Japan มั่นใจทุกโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการสามารถเดินหน้าได้ตามแผน โดยเน้นนโยบายการก่อสร้างที่รวดเร็วด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ลดค่าใช้จ่ายด้วยการสร้างพันธมิตรกับผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ 

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการเข้าซื้อกิจการโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของกลุ่ม SunEdison Japan เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 BCPG Japan มีโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วจำนวน 4 โครงการ กำลังการผลิตรวม 13 MW หลังจากนั้น BPCG Japan ได้เร่งดำเนินโครงการโดยมีนโยบายเน้นการก่อสร้างที่รวดเร็ว และลดค่าใช้จ่าย 

 “ผมได้ให้นโยบาย เน้นการก่อสร้างที่รวดเร็วด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และลดค่าใช้จ่ายด้วยการสร้างพันธมิตรกับผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ เพื่อให้โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการทั้งหมด สามารถดำเนินการ
เชิงพาณิชย์ได้เร็วที่สุด”

ในเดือนสิงหาคม 2559 BCPG Japan ได้เปิดโรงไฟฟ้า นิคาโฮ (Nikaho) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โรงที่ 5 ในจังหวะอะกิตะ ทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู มีกำลังการผลิตติดตั้ง 13.16 เมกะวัตต์ 

ล่าสุด โรงไฟฟ้านากิ (Nagi) ที่จังหวัดโอคายาม่า ทางตอนกลางของเกาะฮอนชู มีกำลังการผลิตติดตั้ง 14.38 เมกะวัตต์ สามารถส่งกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบจำหน่ายไฟฟ้าได้เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีกำหนดการขายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในวันที่ 2 มีนาคม เร็วกว่ากำหนดประมาณ 1 เดือน

สำหรับโครงการอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น อยู่ระหว่างการดำเนินการไปตามแผน  โดยในปีนี้ นอกจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์มแล้ว ยังมีแผนการที่จะขยายการทำธุรกิจไปยังพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นๆ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ โดยบีซีพีจีวางแผนการเติบโตทางธุรกิจไว้ด้วยการขยายธุรกิจในต่างประเทศเป็นหลัก ส่วนในประเทศไทยซึ่งถือเป็นธุรกิจฐานที่สำคัญของบริษัท ทั้งโครงการโซลาร์ฟาร์มของบริษัทเอง และโครงการโซลาร์สหกรณ์ก็สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามแผน บนพื้นที่ที่บริษัทมีสิทธิในที่ดินถูกต้องตามกฎหมายทุกโครงการ